ข่าวสารประชาสัมพันธ์

Previous
Next

ผลิตภัณฑ์ของเรา

Product line up

แคร์ช้อยส์ ความอร่อยจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี

แคร์ช้อยส์คัดสรรเครื่องปรุงจากวัตถุดิบธรรมชาติ เพื่อสุขภาพและรสชาติอาหารที่อร่อย ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

คัดสรรจากแหล่งเพาะปลูกธรรมชาติ
ตัดแต่งตามมาตรฐานอุตสาหกรรม

คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ
ผ่านกระบวนการมาตรฐานอุตสหกรรม

รวมวีดีโอเมนูอาหาร และวีดีโออื่นๆ
เกี่ยวกับเรา “ด.เด็กกินผัก”

ข่าวสารและกิจกรรม

News & Activities

การลดน้ำหนัก แบบ “คีโต” คืออะไร มีหลักการอย่างไรและอยากเริ่มต้นต้องทำอย่างไร

การลดน้ำหนักแบบ “คีโต” คืออะไร การลดน้ำหนักสามารถทำได้หลายวิธี โดยทั่วไป คือ การควบคุมปริมาณอาหารและชนิดของอาหารที่รับประทานโดยเน้นอาหาร Low calorie บ้าง Low fat บ้าง เพื่อควบคุมปริมาณ calories ที่ร่างกายได้รับ ซึ่งวิธีการนี้ร่างกายยังคงได้พลังงานจากการสลายแป้งและน้ำตาลให้อยู่ในรูปของน้ำตาลกลูโคสซึ่งหากร่างกายใช้พลังงานเหล่านี้ไม่หมดจะถูกเก็บสะสมอยู่ในรูปของไขมันสะสมตามอวัยวะต่างๆ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอ้วน ขณะที่ การลดน้ำหนัก แบบการทานอาหาร “คีโต” คือ การลดน้ำหนัก โดยการทำให้ร่างกายอยู่ใน  สภาวะราวกับอดอาหารจากการทานอาหารที่มีแป้ง น้ำตาลหรือ คาร์โบไฮเดรตต่ำมากๆ ทำให้ร่างกายต้องไปสลายไขมันที่สะสมไว้ตามอวัยวะต่างๆและเปลี่ยนเป็นสารคีโตน(Ketone) เพื่อเป็นแหล่งพลังงาน ดังนั้นการรับประทานอาหารแบบคีโต หรือ Ketogenic Diet คือ อาหารที่รับประทานไปแล้วทำให้ร่างกายเกิดการสลายไขมัน ลดแป้งและน้ำตาลรวมไปถึงสารอาหารอื่นๆที่สามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลิน สาวๆที่กำลังอยากเริ่มทานอาหาร คีโต ต้องทำอย่างไร 1.งดอาหารคาร์โบไฮเดรต อาหารคาร์โบไฮเดรต ได้แก่อาหารที่มีส่วนใหญ่เป็นแป้ง น้ำตาล ธัญพืชต่างๆ รวมถึงผลไม้ทกชนิดที่ร่างกายย่อยได้เป็นน้ำตาลกลูโคส ควรเลี่ยงหรือรับประทานในปริมาณที่น้อยประมาณ 30 กรัมต่อวัน แต่สามารถทานผักที่มีเส้นใยอาหารเยอะได้โดยไม่จำกัด ผักที่กินดิบได้ยิ่งดี เช่น ผักใบเขียวชนิดต่างๆ ผักสลัด ผัดกาดหอม กะหล่ำเขียว กะหล่ำม่วง ดอกกะหล่ำ แตงกวา เป็นต้น 2.ทานโปรตีนให้เพียงพอ โปรตีนถือเป็นสารอาหารที่สำคัญและควรรับประทานให้เพียงพอ โดยปริมาณโปรตีนที่แนะนำคือ 1-1.5 กรัมต่อ 1 กก.มวลกล้ามเนื้อ (LMB)ต่อวัน ตัวอย่างเช่น ร่างกายมีมวลกล้ามเนื้อ 35 กก. ดังนั้นต้องทานโปรตีน 52.5 กรัม แหล่งโปรตีนที่ควรรับประทาน ได้แก่ เนื้อสัตว์ (มีโปรตีน 25 กรัมต่อกิโลกรัม) ชีส (มีโปรตีน25 กรัมต่อกิโลกรัม) ไข่ไก่ (โปรตีน 6 กรัมต่อฟอง) ถั่ว(โปรตีน 10กรัมต่อ1กำมือ) 3.ทานไขมันดี การทานไขมันดีช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญไขมันไม่ดีที่สะสมในร่างกายได้ อีกทั้งยังเป็นแหล่งงานโดยตรงเนื่องจากไขมันเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานงานสูงกว่าโปรตีน และ คาร์โบไฮเดรต แต่อย่างไรก็ตามแนะนำให้ทานไม่เกิน 90กรัมต่อวัน โดยไขมันดีที่เหมาะสำหรับคนทานอาหารคีโต ได้แก่ ไขมันอิ่มตัว

Read More »

Flexitarian – ทานมังสวิรัติฉบับไม่เครียด

Flexitarian Diet ย่อมาจาก Flexible (ยืดหยุ่นได้) + Vegetatian ( มังสวิรัติ ) รวมกันเป็น Flexitarian หรือการทานอาหารมังสวิรัติแบบยืดหยุ่นได้ เป็นแนวการทานอาหารที่เน้นการทานอาหารจำพวกผัก-ผลไม้ (plant-based food) แต่ไม่เคร่งครัดเท่าแบบ Vegetarian หรือ Vegan นั่นคือยังทานเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ได้บ้าง นั่นคือไม่เกิน 25% ของมื้อ หรืออาจเลือกทานเนื้อสัตว์ 1 มื้อต่อสัปดาห์ก็ได้ แต่เดิมการทานอาหารมังสวิรัติจะเริ่มต้นมาจากผู้ถือศีล ไม่อยากเบียดเบียนสัตว์ แต่ปัจจุบันการทานมังสวิรัติจะเน้นไปทางประโยชน์เพื่อสุขภาพและการควบคุมน้ำหนัก อีกทั้งยังลดปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการทำปศุสัตว์ด้วย การทาน Flexitarian จึงได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะยังเน้นการได้รับประโยชน์จากการทานผักและเสริมโปรตีนจากเนื้อสัตว์เป็นครั้งคราว ทำให้ไม่เครียดเกินไปถ้าเทียบกับการทานแบบมังสวิรัติ 100% แม้ว่าการทานแบบ Flexitarian จะไม่มีข้อกำหนดแบบชัดเจน แต่ก็มีหลักการดังนี้ ทานผัก, ผลไม้, อาหารจำพวกถั่วและธัญพืช เน้นโปรตีนจากพืช เช่น ถั่ว เต้าหู้ แทนการกินโปรตีนจากสัตว์ แต่ก็สามารถยืดหยุ่นทานเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ เช่น นม ไข่ น้ำผึ้ง ได้ เน้นทานผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ไม่ทานอาหารดัดแปรปรุงแต่งมาก เช่น แฮม, ไส้กรอก, อาหารกระป๋อง ไม่ทานอาหารที่แต่งรสด้วยน้ำตาล รวมทั้งน้ำตาลสังเคราะห์ ประโยชน์ของการทาน Flexitarian เนื่องจากการทานแบบ Flexitarian ยังเป็นวิธีที่ใหม่และยังไม่มีนิยามข้อกำหนดชัดเจน เราจึงนำประโยชน์ของการทานมังสวัรัติซึ่งใกล้เคียงกับกลุ่ม Flexitarian มาแชร์แทนนะคะ สุขภาพหัวใจแข็งแรง เพราะการทานอาหารแบบเน้นผัก-ผลไม้ ทำให้เราได้รับไฟเบอร์และสารต้านอนุมูลอิสระหรือ Anti-oxidant สูง ซึ่งช่วยลดระดับความดันโลหิตและดีต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยลดน้ำหนัก แน่นอนว่าผักผลไม้ มีแคลอรี่น้อยกว่าอาหารประเภทเนื้อสัตว์ โดยจากการเก็บข้อมูล (กว่า 1,100คน) พบว่าผู้ที่ทานมังสวิรัติเป็นเวลา 18 สัปดาห์มีน้ำหนักลดลงมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ทาน 2 กิโลกรัม แต่กลุ่ม Flexitarian อาจน้ำหนักลงช้ากว่ากลุ่มที่ทานมังสวิรัติ 100% เพราะยังทานเนื้อสัตว์อยู่บ้าง ลดความเสี่ยงจากมะเร็ง สาร Anti-oxidant ในผักผลไม้ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดมะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ โดยการวิจัยหนึ่งพบว่าผู้ที่ทานมังสวิรัติมีโอกาสเป็นมะเร็งกว่ากว่าผู้ที่ทานอาหารปกติถึง 8% ลดความเสี่ยงจากโรคเบาหวาน

Read More »

คลีนสายกลาง คืออะไร?

การทานอาหารคลีน (Clean food) เป็นวิธีการทานอาหารที่เน้นอาหารที่มีประโยชน์จากธรรมชาติ ไม่เน้นปรุงแต่ง ไม่ใช้สารสังเคราะห์ สารเคมี ลดการทานอาหารที่ผ่านกรรมวิธีต่างๆ ซึ่งการทานอาหารที่ดี มีโภชนาการครบถ้วนแบบนี้จะทำให้สุขภาพโดยรวมของเราดีในระยะยาว และวิธีการทานคลีนก็เป็นวิธียอดฮิตสำหรับผู้เพิ่งเริ่มลดน้ำหนักด้วย ผู้ที่เพิ่งเริ่มทานคลีนจะต้องเปลี่ยนวิธีการทานอาหารใหม่ให้คลีนขึ้น เช่น คาร์โบไฮเดรต จำพวกข้าว, ขนมปัง, เส้นพาสต้า จะเปลี่ยนเป็น ข้าวซ้อมมือ, ข้าวไม่ขัดสี, ขนมปังโฮลวีต, เส้นโฮลวีต โปรตีน เช่น แฮม, ไส้กรอก, ลูกชิ้น จะเปลี่ยนเป็น เนื้อหมู, เนื้อปลา, เนื้อไก่, อาหารทะเลที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งสารเคมี ไขมัน เช่น มาการีน, น้ำมันปาล์มผ่านกรรมวิธี, เมนูเบเกอรี่ที่มีไขมันเทียม จะเปลี่ยนเป็นน้ำมันมะกอก, น้ำมันทานตะวัน, น้ำมันมะพร้าวหรือเบเกอรี่จากเนยสดแทน เครื่องดื่ม ไม่ว่าจะเป็นชา,กาแฟใส่ครีมเทียม, น้ำอัดลม จะเปลี่ยนเป็นชา,กาแฟใส่นมสด และทานน้ำเปล่าเป็นหลัก การเปลี่ยนอาหารทุกอย่างรอบตัวที่คุ้นเคย เป็นอาหารที่ปรุงแต่งน้อย อาจจะกระทันหันและยากเกินไปสำหรับมือใหม่ จึงสามารถทำได้ยาก ทานได้ไม่ยั่งยืน จนต้องล้มเลิกความตั้งใจไป ทำให้การลดความอ้วนครั้งนี้ไม่สบผลสำเร็จ เคยมีงานศึกษาหนึ่งได้รายงานว่า ระหว่างการลดน้ำหนัก สมองของเราจะ sensitive และเครียดมาก และส่งผลให้สมองอยากอาหารไขมันสูง, น้ำตาลสูง ที่มีแคลอรี่สูง ซึ่งเป็นสาเหตุให้การแพลนลดน้ำหนักพัง คลีนสายกลาง เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ไม่เข้มงวดกับการเลือกรับประทานอาหารคลีนมากเกินไป โดยการทานอาหารคลีนร่วมกับอาหารปกติ ทำให้เราคลีนขึ้นและยังคงความอร่อยด้วย ทำให้เราไม่โหยของอร่อยแคลอรี่สูง ทำให้การเริ่มต้นทานคลีนครั้งนี้ไม่เครียดมาก และมีโอกาสประสบผลสำเร็จมากกว่าทานคลีน 100% แต่ก็อาจจะต้องใจเย็น ใช้เวลาสักหน่อยกว่าจะเห็นผลชัดเจน เมนูอะไรที่เรียกว่า ” คลีนสายกลาง “ เมนูหมูกรอบที่เรียกว่าต้องห้ามสำหรับคนลดน้ำหนัก การทานคลีนสายกลาง ก็ทำให้เรายังทานได้อยู่ แต่เพียงต้องเปลี่ยนวิธีการทำสุก โดยจากปกติใช้การทอดก็เปลี่ยนมาเป็นใช้หม้อทอดหรือฝาอบลมร้อนแทน แค่เปลี่ยนวิธีการทำสุก ก็ทำให้แคลอรี่ลดลงไปได้มากเลยทีเดียว (น้อยลงประมาณ 100 – 150 แคลอรี่) ทานข้าวซ้อมมือผสมข้าวขาว ทำให้ทานข้าวได้ง่ายขึ้น เพราะถึงแม้เราจะยังทานข้าวซ้อมมือไม่ได้ 100% แต่การทานครึ่งนึงจากปกติ ก็ทำให้ร่างกายและลิ้นเราชินกับเนื้อสัมผัสและรสชาติ แถมยังได้ไฟเบอร์เพิ่มขึ้น ซึ่งจากปกติเราไม่เคยได้รับเลย หรือนานๆที ก็ทานเบเกอรี่หรือน้ำหวานได้บ้าง แต่ต้องอย่าลืมว่าไม่ทานบ่อยเกินไป จากเดิมวันเว้นวัน ก็อาจเหลือเพียงสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง

Read More »

เครื่องปรุงรส ที่เผ่าคีโตต้องงด และใช้อะไรปรุงรสแทนดี

อย่างที่เราทราบกันดีกว่าระหว่างการเข้าคอร์สคีโต สารอาหารและโภชนาการหลักของมื้ออาหารจะต้องมาจากไขมันดีและโปรตีน ส่วนคาร์โบไฮเดรตรวมถึงน้ำตาลนั้นเป็นส่วนน้อยมากๆที่เราสามารถทานได้ ดังนั้นการปรุงรสอาหาร โดยเฉพาะปรุงรสหวาน จึงต้องปรุงอย่างระมัดระวัง และต้องอ่านฉลากโภชนาการอย่างถี่ถ้วน เครื่องปรุงรส ของเผ่าคีโตไม่ควรจะมีน้ำตาลเป็นส่วนผสม เพราะน้ำตาลจะไปกระตุ้นให้ฮอร์โมนอินซูลินหลั่ง และเป็นสาเหตุให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะคีโตซิสช้า ดังนั้น ความหวานในมื้ออาหารจะต้องเปลี่ยนจากน้ำตาลทรายเป็นวัตถุดิบธรรมชาติที่ให้รสหวาน หรือสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล เช่น หญ้าหวานหรือน้ำตาลอิริทริทอล ซอสที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบก็ต้องหลีกเลี่ยงเช่นกัน เช่น ซอสพริก, ซอสมะเขือเทศ, น้ำสลัด, ซอสบาบีคิว, น้ำจิ้มสุกี้, น้ำมันหอย, ซีอิ๊วขาว รวมถึงผงชูรสด้วย อ่านถึงตรงนี้แล้วบางคนคงถอดใจว่า แล้วยังเหลืออะไรที่ใช้ปรุงได้อีก หรือถ้าจะให้ปรุงแค่เกลือและพริกไทยก็คงไม่ไหว คงเบื่ออาหารและเลิกกินคีโตเร็วแน่นอน ทริคในเลือก เครื่องปรุงรส อาหารให้เข้ากับมื้อคีโตของเราได้ เราจะต้องเลือกวัตถุดิบที่ให้รสชาติชัดเจน, มีกลิ่นรสเด่นเป็นเอกลักษณ์เพื่อทำให้อาหารไม่จืดชืด เช่น เครื่องเทศจำพวก พริกไทย, กระเทียม, รากผักชี, มัสตาร์ด, ผงกระหรี่, ผงหัวหอม เป็นต้น เครื่องเทศเหล่านี้จะทำให้อาหารมีรสชาติขึ้นมาแบบไม่ต้องพึ่งซอสปรุงรสมาก หรืออาจเลือกวัตถุดิบที่มีความหวานในตัว เช่น ฟักเขียว, เห็ด, มะเขือยาว, กะหล่ำดอก, หัวหอม, หน่อไม้ฝรั่ง หรือกะหล่ำปลี มาปรุงอาหาร ในท้องตลาดปัจจุบันเริ่มมีหลายแบรนด์ที่ทำซอสปรุงรสสูตรคีโตวางจำหน่ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นซอสพริก,น้ำจิ้มไก่, น้ำจิ้มสุกี้หรือซีอิ๊วขาว ซึ่งทำให้เราสามารถปรุงอาหารคีโตได้อร่อยและง่ายมากขึ้น แต่บางครั้งซอสปรุงรสคีโตเหล่านี้อาจเติมแต่งสารเคมี หรือใช้สารทดแทนความหวานสังเคราะห์ในเครื่องปรุงรสเหล่านี้ จึงอาจเป็นช้อยส์ที่ทำให้อาหารของเราไม่เฮลตี้ 100% แต่ปัจจุบันเรามีผงปรุงรสจากผัก มาเป็นอีกตัวช่วยสำหรับการปรุงมื้ออาหารคีโตที่จะทำให้เราปรุงอาหารได้แบบไม่ต้องกลัวน้ำตาลเกิน “ผงปรุงรสผัก Care choice” เป็นผงปรุงรสที่ทำจากผัก 100% ไม่มีผงชูรส, สารกันเสีย, สารแต่งกลิ่น และสารเคมีใดๆ จึงทำให้อาหารมื้อนี้นอกจากจะเป็นเมนูคีโต 100% แล้วยังเป็นเมนูที่เฮลตี้ปลอดสารเคมีทำร้ายร่างกายอีกด้วย

Read More »

ทานคีโตปลอดภัยในระยะยาวไหม ?

ปัจจุบันการลดน้ำหนักด้วยวิธีการทานอาหารสูตรคีโต หรือ Ketogenic diet เป็นที่นิยมมาก เนื่องจากเป็นวิธีการน้ำหนักแบบลดไขมันที่เห็นผลชัดเจน โดยผู้ที่ลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้จะต้องเน้นการทานอาหารไขมันสูงเป็นหลัก (ประมาณ 75% ของมื้อ) และลดการทานคาร์โบไฮเดรต เป็นผลให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะ Ketosis ซึ่งเป็นสภาวะที่ร่ายกายเปลี่ยนโหมดการเผาผลาญพลังงานจากไกลโคเจน (แหล่งสะสมของกลูโคส) มาเป็นเผาผลาญจากไขมันแทน จึงทำให้ไขมันในร่างกายเผาผลาญได้เร็ว แต่หลายคนก็มีข้อกังวลใจว่า การทานอาหารไขมันสูงต่อเนื่อง จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพไหม ซึ่งจากการศึกษาระยะสั้นพบว่าผู้ที่ทานคีโต สามารถลดไขมันในร่างกายได้จริง, ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น ลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจ เช่น ระดับไตรกลีเซอไรด์, ไขมันไม่ดี (LDL) , คอเลสเตอรอลอาจลดลง และไขมันดี (HDL) ก็เพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นการเลือกทานชนิดไขมันมีผลมากต่อค่าไขมันในเลือก ระหว่างทานคีโต เราควรเลือกทานไขมันจากแหล่งที่ดี เช่น น้ำมันมะกอก, อะโวคาโด, ถั่วหรือไขมันจากปลา เพราะหากเราเลือกไขมันไม่ถูกต้อง และทานเป็นระยะเวลานานๆ อาจทำให้ร่างกายสะสมความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ การทำคีโตจะส่งผลดีมากในระยะสั้น โดยในช่วงเริ่มต้น น้ำหลักที่ลดลงไปจะลดจากน้ำในร่างกาย จากนั้นไขมันในร่างกายจะลดลงอย่างรวดเร็ว และหากทำต่อไปจนถึงจุดๆหนึ่งกล้ามเนื้ออาจลดลง ทำให้เราเหนื่อยง่าย และร่างกายอาจเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน เมื่อนั้นน้ำหนักเราจะลดลงช้ามากๆ ซึ่งทั้งนี้เกิดขึ้นกับบางคนเท่านั้น ร่างกายบางคนอาจไม่มีผลกระทบเลย เพราะบางการศึกษาก็พบว่าผู้ที่กินคีโตยาวนานมากๆถึง 8 ปีก็ไม่พบปัญหาสุขภาพใดๆ ดังนั้นเราควรกำหนดเป้าหมายในการทำคีโต หากถึงน้ำหนักหรือเปอร์เซ็นไขมันในร่างกายตามเป้าแล้ว ก็ควรเริ่มสังเกตุร่างกายและปรับอาหารให้เหมาะสมกับตัวเอง อีกสิ่งที่ต้องระวังนั้นคือ ผู้ที่ทานคีโต จะได้รับวิตามิน, เกลือแร่และไฟเบอร์น้อยกว่าปกติ เพราะผักหลายๆชนิด โดยเฉพาะผลไม้ เพราะมักมีน้ำตาลสูง ทำให้เราได้รับวิตามินบางชนิดไม่เพียงพอ จนอาจเกิดผลเสียต่อร่างกาย ทั้งนี้ยังไม่มีงานวิจัยที่ศึกษาผลของการทานคีโตในระยะยาว จึงไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีประเด็นอื่นๆที่น่าเป็นห่วงอีกหรือไม่ แต่ก่อนที่เราจะไปถึงการทานคีโตในระยะยาว เราต้องเริ่มต้นตั้งแต่การเตรียมอาหารให้ถูกหลักคีโต นอกจากวัตถุดิบแล้ว เครื่องปรุงก็มีส่วนสำคัญมาก เพราะในเครื่องปรุงบางชนิด เช่น ซอสหอยนางรม, ซอสต่างๆ มักมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ ที่อาจทำให้เราหลุดคีโตได้ “ผงปรุงรสผัก Care choice” เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยของการปรุงรสมื้ออาหารคีโตได้ เพราะ เราเป็นผงปรุงรสที่ทำจากผัก 100% ไม่มีผงชูรส, สารกันเสีย, สารแต่งกลิ่น และสารเคมีใดๆ แถมยังเสริมรสชาติให้มื้อคีโตอร่อยไม่น่าเบื่อด้วยค่ะ   อ้างอิง Hu, T., & Bazzano, L. A.

Read More »