6 เทคนิคหยุด โยโย่เอฟเฟกต์

6 เทคนิคหยุด โยโย่เอฟเฟกต์

โยโย่เอฟเฟกต์ คือ การที่น้ำหนักเหวี่ยงขึ้นอย่างรวดเร็ว มักเกิดกับสาว ๆ ที่ลดน้ำหนักแบบผิดวิธี ลดน้ำหนักแบบหักโหม กินข้าวน้อย อดอาหาร กินยาลดความอ้วน เป็นต้น เพราะฉะนั้นสาว ๆ คนไหนที่กำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนักและกลัวว่าอาการ โยโย่เอฟเฟกต์จะถามหา วันนี้แคร์ช้อยส์มีคำแนะนำในการป้องกันอาการโยโย่เอฟเฟกต์มาฝากกันค่ะ

เทคนิคจัดสัดส่วนจานอาหาร

การกินอาหารไม่เพียงแค่จำกัดปริมาณพลังงานที่ได้รับ ควรจะควบคุมสัดส่วนสารอาหารที่จะได้รับ โดยใช้เทคนิคจัดสัดส่วนจานอาหาร โดยอาหาร 1 จานของเรา แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ ผักและผลไม้ 2 ส่วน แป้งดี 1 ส่วน ไขมันดี 1 ส่วน   เพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนและเหมาะสมกับร่างกาย

ไม่นอนดึก

การนอนดึก นอนไม่พอ จะส่งผลให้ระดับฮอร์โมนเลปตินที่ควบคุมความอิ่มต่ำลง ทำให้ร่างกายรู้สึกไม่อิ่มอย่างที่ควร ทั้งที่กินอาหารในปริมาณเท่าเดิม ในขณะที่ฮอร์โมนเกรลิน ซึ่งควบคุมความหิวจะถูกปล่อยมาในกระเพาะ เพื่อส่งสัญญาณไปยังสมองว่าหิวแล้ว ยิ่งนอนดึกนอนน้อย เกรลินจะถูกปล่อยมามาก ส่วนเลปตินก็ยิ่งถูกปล่อยมาน้อยลง ทำให้สาว ๆ จึงหิวง่าย กินบ่อย กินเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยจะอิ่ม แถมหน้าตาดูโทรม ไม่แจ่มใสอีกด้วย เพราะฉะนั้นอย่านอนดึกกันนะคะสาว ๆ

กินโปรตีน

โปรตีน เป็นตัวช่วยในการเพิ่มการเผาผลาญและเร่งกระบวนการเมตาบอลิซึม ทำให้สาว ๆ ที่กินโปรตีน จำพวก ไข่ ถั่ว อกไก่ ปลาต่าง ๆ เป็นประจำ จะสามารถลดน้ำหนักได้ดี หุ่นสวยไว และไม่ทำให้เรารู้สึกอยากอาหารตอนดึกอีกด้วย นอกจากนี้โปรตีน ยังช่วยสร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและอวัยวะต่าง ๆ ให้ทำงานได้ดี

ดื่มน้ำเปล่า

การดื่มน้ำ เป็นวิธีหนึ่งที่สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ โดยการดื่มน้ำให้เป็นเวลา จะช่วยกระตุ้นระบบการย่อยอาหารให้ทำงานได้อย่างปกติ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญให้เป็นปกติได้อีกด้วย เพราะฉะนั้น หมั่นดื่มน้ำให้เป็นเวลา หรือ จิบน้ำให้บ่อย ๆ ป้องกันโยโย่เอฟเฟกต์ และยังทำให้ผิวพรรณสดใส ลดหุ่นได้อีกด้วยนะคะ

ลดของหวาน

หากร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินจำเป็น น้ำตาลส่วนเกินจะถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมตามร่างกาย ยิ่งกินหวานมาก ยิ่งมีไขมันสะสม ยิ่งกิน ยิ่งติด ร่างกายยิ่งต้องการน้ำตาล เราจึงควรลดหรือเลิกกินของหวาน โดยเฉพาะในช่วงลดน้ำหนัก เพื่อร่างกายจะได้ไม่เกิด โยโย่เอฟเฟกต์ และกระซิบบอกนิดนึงว่า ยิ่งกินหวาน หน้ายิ่งแก่เร็วด้วยนะ

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน เช่น คาร์ดิโอ เวทเทรนนิ่ง โยคะ พิลาทีส วิ่ง ปั่นจักรยาน หรือแม้กระทั่งการทำงานบ้านต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เป็นการเผาผลาญพลังงานส่วนเกินในร่างกาย กระตุ้นร่างกายให้ใช้กล้ามเนื้อในการเผาผลาญไขมันสะสมต่าง ๆ รวมทั้งเป็นการป้องกันอาการ โยโย่เอฟเฟกต์ ได้อีกด้วย เพราะถ้าร่างกายมีระบบเผาผลาญที่ดีจากการออกกำลังกายควบคู่กับการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เน้นไขมันดี โปรตีน แป้งดี และเสริมวิตามินแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ก็จะส่งผลให้ร่างกายสามารถใช้พลังงานได้จนหมด ไม่ลงเหลือพลังงานส่วนเกิน จึงทำให้เรา ผอม หุ่นดี ไม่อ้วนอีกด้วยค่ะ

โยโย่เอฟเฟกต์ ไม่ได้เกิดจากสาว ๆ ที่กินยาลดน้ำหนักอย่างที่หลายคนเข้าใจนะคะ เพราะ โยโย่เอฟเฟกต์ คือ ภาวะขาดสมดุลของร่างกาย สามารถเกิดขึ้นได้กับคนที่ลดน้ำหนักอย่างผิดวิธี อย่างเช่น การกินยาลดน้ำหนัก การอดอาหาร การเลือกกินแค่สารอาหารบางอย่าง ทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร ระบบเผาผลาญพลังงานในร่างกายไม่ดี การกินตามใจปาก เหล่านี้มีส่วนทำให้เกิด โยโย่เอฟเฟกต์ ได้ทั้งนั้น

เราควรสร้างสมดุลให้กับร่างกายตั้งแต่ตอนนี้ หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ ควบคู่กับการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เน้นสารอาหารครบ 5 หมู่ โดยใช้วิธีการปรุงอาหารแบบ ต้ม นึ่ง ย่าง เพื่อหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงและของหวานต่าง ๆ เพื่อลดการสะสมพลังงานส่วนเกินในร่างกาย และใช้แคร์ช้อยส์ ผงปรุงรสจากผัก 100% ทำจากผักปลอดสาร สำหรับปรุงรสอาหารให้ทุกจานอร่อยจากธรรมชาติ ไม่มีผงชูรส ไม่มีวัตถุกันเสีย ไม่มีไขมัน ไม่มีกลูเต็น เหมาะสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก และทุกคนในครอบครัว