PlantBasedFood คืออะไร กินยังไง เหมาะกับใคร?

PlantBasedFood คืออะไร กินยังไง เหมาะกับใคร?

ปัจจุบันอาหาร Plantbasedfood ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้รักสุขภาพในต่างประเทศ เช่น ประเทศอเมริกา, ออสเตรเลีย หรือกลุ่มประเทศยุโรป โดย Plantbasedfood จะเป็นอาหารที่เน้นการทานผัก, ผลไม้ รวมถึงพืชตระกูลถั่ว, โฮลวีตและน้ำมันสกัดจากพืชด้วย และจะหลีกเลี่ยงการทานเนื้อสัตว์ หรือทานให้น้อยที่สุด และให้พืชผักเป็นส่วนเด่นของจาน รวมถึงลดการของผลิตภัณฑ์แปรรูป เช่น ข้าวขัดสี, น้ำตาลขัดสี

Plant based food ไม่ได้จำกัดแค่อาหารเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเครื่องดื่มหรือน้ำนมด้วย ที่เราจะคุ้นตาก็น่าจะเป็นเครื่องดื่มจากพืชตระกูลถั่ว เช่น น้ำนมถั่วเหลือง, น้ำนมข้าวและน้ำนมอัลมอนด์ และเริ่มมีเนื้อสัตว์เทียมที่ทำจากพืชตระกูลถั่วมาให้เราเห็นผ่านหูผ่านตาบ้าง เช่น Meat patty หรือเนื้อเบอร์เกอร์

การทาน Plantbasedfood ดีอย่างไร?

  1. ช่วยควบคุมน้ำหนัก: เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคนที่ทานอาหารปกติกับทานแบบ Plant based food กลุ่มที่ทาน Plant based food จะมีน้ำหนักและรูปร่างดีกว่าแบบไม่ต้องคำนวณแคลอรี่ก่อนทานเลย
  2. บำรุงสุขภาพ: จากการศึกษาพบว่า Plant based food สามารถลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจ, ลดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง, ช่วยบำรุงสมอง และลดความเสี่ยงจากโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ดี
  3. รักษ์สิ่งแวดล้อม: เพราะอาหารจากสัตว์หรือการทำปศุสัตว์ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมาก ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะฟาร์มวัวและฟาร์มแกะ

 

อยากทาน Plantbasedfood เริ่มต้นอย่างไร?

  1. ให้ผักเป็นวัตถุดิบหลักในมื้ออาหาร: เปลี่ยนจากผักที่เดิมเป็นแค่ของแต่งจาน ให้มาเป็นวัตถุดิบหลักของจาน โดยเลือกผักหลากสี ไม่ว่าจะเป็น สีส้มจากแครอท, สีเขียวจากผักใบ, สีม่วงจากกะหล่ำหรือบีทรูท เพื่อให้เราได้วิตามินจากผักครบถ้วน
  2. เลือกปรุงอาหารด้วยไขมันดีจากพืช เช่น น้ำมันมะกอก, น้ำมันมะพร้าว, เนยถั่ว เพราะจะช่วยลดความดันโลหิต, ลดคอเลสเตอรอล จึงช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจหลอดเลือด
  3. อย่าลืมทานธัญพืช (Whole grain) เช่น ข้าวโอ๊ต, ควินัว, ข้าวบาร์เล่ย์ เพราะธัญพืชเหล่านี้มีไฟเบอร์อยู่มาก จึงทำให้เราอิ่มท้องนาน แถมยังเป็น Probiotic หรืออาหารสำหรับแบคทีเรียดีให้ร่างกายด้วย
  4. ทานผลไม้แทนขนม: เพื่อให้ร่างกายสดชื่นจากน้ำตาลในผลไม้ และยังมีวิตามินแร่ธาตุสูงอีกด้วย
  5. ดื่มน้ำนมจากพืชแทนน้ำนมวัว: เช่น น้ำเต้าหู้, นมถั่วเหลือง, นมอัลมอนด์หรือนมพิสตาชิโอ้ รสชาติอร่อย และแคลอรี่ต่ำอีกด้วย
  6. เสริมด้วยโปรตีนจากผัก: เพราะการลดเนื้อสัตว์อาจทำให้เราขาดโปรตีน จึงต้องทานโปรตีนจากพืชทดแทน เช่น เต้าหู้, เทมเป้,  โปรตีนถั่วเหลืองชนิดผง

 

ตัวอย่างเมนู เช่น ลาบเห็ด, ผัดฟักทองใส่ควินัว, สลัดเต้าหู้ใส่ไข่, ซุปผัก, Acai bowl, ผัดถั่วงอกใส่เต้าหู้, ต้มยำเห็ด, ข้าวผัดแฮมเจ, ข้าวโอ๊ตต้ม, วีแกนเบอร์เกอร์ (เช่น Beyond Meat ซึ่งหาทานได้จากร้านอาหารมังสวิรัติหรือ Sizzler บางสาขา), พาสต้าโฮลวีทราดเกรวี่มะเขือเทศ

เราอาจเริ่มต้นโดยการทาน Plant based food วันละมื้อเพื่อปรับตัว และค่อยเพิ่มจำนวนมื้อไปเรื่อยๆ และอย่าลืมปรุงอาหารด้วย “ผงปรุงรสจากผัก CARECHOICE” เพื่อปรุงให้อาหารมื้อนี้อร่อย จากรสหวานของผัก ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ แถมไม่มีผงชูรส และสารเคมีปรุงแต่งอีกด้วย

 

อ้างอิง

  1. McManus, K., 2018. What Is A Plant-Based Diet And Why Should You Try It? – Harvard Health Blog. [ online ] Harvard Health Blog. Available at: <https://www.health.harvard.edu/blog/what-is-a-plant-based-diet-and-why-should-you-try-it-2018092614760#:~:text=Plant%2Dbased%20or%20plant%2Dforward,never%20eat%20 meat%20or%20dairy. > [ Accessed 7 September 2020 ].

 

Kubala, J., 2018. Whole-Foods, Plant-Based Diet: A Detailed Beginner’s Guide. [ online ]  Healthline. Available at: <https://www.healthline.com/nutrition/plant-based-diet-guide#overview> [ Accessed 7 September 2020 ].